คำเตือน...เอนทรี่นี้ยาว และไร้สาระ แต่ถ้าใครอ่านจนจบ ถือว่ารักกันจริง


25 สิงหาคม 2550
ตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปพักผ่อนที่สุพรรณมาหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปซักที ครั้งนี้
ฤกษ์งามยามดีได้ไปแน่ ๆ แล้ว ตื่นแต่เช้าเก็บเสื้อผ้าเตรียมตัว นาน ๆ จะได้ไปซะที
ไอ้ตัวเล็กตื่นเต้นดีใจใหญ่ที่ครั้งนี้พี่ปลาได้ไปด้วย แล้วเมื่อทุกอย่างพร้อม ทุกคนขึ้นรถ
แล้วก็ออกจากกรุงเทพฯ

แต่กว่าจะถึงสุพรรณ พวกผู้ใหญ่ก็แวะทำธุระกันที่อยุธยาก่อน พอเข้าอยุธยา
ก็นึกถึงพี่ต้นขึ้นมาทันทีรีบกริ๊งกร๊างโทรหา ไม่ได้คุยกันนานนนนนน
ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน เม้าท์เรื่องการบ้านการเมืองกันพอหอมปากหอมคอ
ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก แล้วรถก็ไปจอดที่ร้านอาหารร้านนึง บรรยากาศดี
อาหารใช้ได้ ที่ร้านนี้มีบึงบัวและเรือถีบคอยให้บริการลูกค้าด้วย
น้องชายเห็นเรือถีบก็อยากเล่นตามประสาเด็กผู้ชาย เลยชวนพี่มันไปเป็นแนวร่วม
"พี่ปลา ไปเล่นเรือกันนะ ๆ ๆ" น้ำใสสะอาดมองเห็นสาหร่ายหางกะรอก
เห็นกอบัวที่อยู่ใต้น้ำเลยอ่ะ แดดไม่แรง ลมตึง อย่ากระนั้นเลย พวกผู้ใหญ่คงคุยธุระกันนาน
เอ้า เล่นก็เล่น จะสารภาพว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันเลยนะที่ได้เล่นเรือถีบเนี่ย
ในเมื่อไอ้ตัวโต ตัวกลางจะไปเล่นเรือ ไอ้ตัวเล็กมีหรือจะยอมพลาด แต่ที่นั่ง
สำหรับเรือถีบมันมี 2 ที่ ถ้าจะเล่น 3 คน ต้องมีคนนึงนั่งคร่อมเกียร์ตรงกลาง
และแน่นอน...ไอ้ตัวเล็กต้องเป็นผู้โชคดีไป ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นเด็ก
แต่ถ้าโตเป็นสาวแล้วอย่าไปนั่งคร่อมเกียร์อย่างนี้นะ
ตัวตั้งตัวตี ฉะนั้นให้มันถีบไปคนเดียว อิอิ

หนูนั่งกลางค่ะ

สบายนะ ไม่ต้องถีบด้วย

พี่ปลาก็ไม่ได้ถีบ (กินแรงน้อง)

ลมแรงใช้ได้ ดูจากสภาพผม (ถ้าเป็นตอนกลางคืนคงน่ากลัวเนอะ)

ตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้าไปเก็บดอกบัว


แล้วเราก็ถึงสุพรรณกันตอนเย็น ๆ มีหมาเฝ้าสวนตัวใหม่มาต้อนรับตั้งแต่รถวิ่งเข้ารั้วมา
ตัวนี้ชื่อดุ๊กดิ๊ก (กิ๊กเก่าไอ้หมี ที่ตอนนี้ไม่รู้เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ต้นไหนในไร่ T_T)


26 สิงหาคม 2550
ตื่นแต่เช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ อากาศดีจริง ๆ นะ ตรงนี้เมื่อก่อนเป็นสระว่ายน้ำ
แต่ตอนนี้ถมดินปลูกหญ้าไว้ ถ้ามาเป็นหมู่คณะเยอะ ๆ ก็มากางเต้นท์ตรงนี้ได้เหมือนกัน


อันนี้เป็นบ่อน้ำด้านหน้าบ้านพักหลังใหม่ที่ขุดยาวไปจนเกือบถึงปากทางเข้า


แล้วสระว่ายน้ำก็ย้ายมาตรงนี้ ได้บรรยากาศน่าดู ด้านหลังเป็นแปลงองุ่น
แต่ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงองุ่นเลยไม่มีใบ...อ่ะล้อเล่นนน...
คนงานตัดใบองุ่นออกหมดเพื่อให้มันแตกใบใหม่ออกมาน่ะ

เห็นเรือยางตรงมุมนั้นมั้ย นั่นแหล่ะ ฉันลงไปผจญภัยอยู่ในนั้นตั้งนาน พายไม่เป็นอ่ะ
ยิ่งพยายามพาย มันก็จะวนๆ ๆ เป็นวงกลม เวียนหัว แล้วขอโทษ คว่ำง่ายมาก โคลงเคลง ๆ
เรียกเสียงวี้ดว้ายกระตู้วู้จากฉันพอสมควร แต่ไม่มีภาพตัวเองขณะเล่นน้ำนะ อิอิ เขิลลลลลลล


วันที่ 26 เป็นวันคล้ายวันเกิดของพี่ปิค เลยชวนอาไปวัด บอกว่าอยากไปทำสังฆทาน
เป็นที่ฮือฮาในหมู่ญาติมิตรพอสมควร "ไอ้ปลาจะไปทำบุญ.." แต่วัดที่นี่กับที่กรุงเทพฯ
ไม่เหมือนกันนะตอนแรกคิดว่าที่วัดจะมีกับข้าวใส่บาตรขายอยู่หน้าวัดเหมือนกรุงเทพฯซะอีก
อาบอกว่าคนที่นี่เค้าไม่ซื้อกับข้าวกันหรอก เค้าทำกันเอง เวลาจะทำบุญก็ทำกับข้าว
ไปใส่บาตรเอง อย่ากระนั้นเลย ในตู้เย็นมีหมู ก็ทำหมูทอดไปทำบุญ
นี่ไม่ใช่พี่ปิคไม่ทำนะเนี่ย..
วัดที่ไปก็เป็นวัดใกล้หมู่บ้าน ชื่อ"วัดหนองตาลัย"
เป็นวัดเล็ก ๆ เก่า ๆ ฉันไม่เคยมาวัดแบบนี้มาก่อนเลย เทียบกับวัดในกรุงเทพฯแล้ว
ช่างห่างไกลกันลิบลับ เห็นวัดอย่างนี้แล้ว ชวนให้อยากทำบุญชะมัด
เพราะยังขาดอะไร ๆ อีกหลายอย่าง ดูศาลาการเปรียญดิ

แล้วก็ขึ้นไปที่กุฏิเจ้าอาวาส บอกว่าจะทำสังฆทานให้คนตาย มาวัดต่างจังหวัดแบบนี้แล้ว
เห็นความแตกต่างเยอะมากกก อย่างน้อยทำให้เรารู้สึกว่า ถังสังฆทานที่ทำบุญไป พระคงได้
ใช้ประโยชน์แน่ ๆ ผิดกับวัดที่กรุงเทพฯ เห็นถังสังฆทานวางเรียงเป็นตับ ฝุ่นจับหนาเตอะ
ไม่รู้วางไว้กี่เดือนกี่ปี ไม่เคยได้แกะไปใช้เลยไม่รู้สิ เวลาฉันทำบุญ อยากรู้สึกว่า
สิ่งที่ทำบุญไปเนี่ยมันได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่แค่ทำไปเป็นพิธีเพื่อให้ได้รู้ว่า
ได้ทำบุญไปแล้วเท่านั้น พอถวายสังฆทานเสร็จก็กรวดน้ำให้ผู้ที่เราจะทำบุญให้
ก็เขียนชื่อพี่ปิคใส่กระดาษ แล้วก็เผาไฟ ถึงตอนนี้ทีไร น้ำกลบตาทุกที
น้ำตาจะไหลให้ได้.. ปีที่แล้วเคยส่งcardเคยโทรหา
แต่ปีนี้ ตอนนี้ต้องมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แทน ![]()
แล้วสิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างนึงก็คือ แมววัด.. แมววัดที่นี่ก็เหมือน
แมววัดทั่ว ๆ ไปนั่นแหล่ะ แต่ที่แปลกก็คือแมวที่วัดนี้.... ลองดูรูปนะ

เห็นอะไรมั้ย.... แมวที่วัดนี้ห้อยตะกรุดทุกตัวเลย รู้สึกว่าจะเป็นสาริกานะ
แปลกดี ไม่เคยเห็นอ่ะ ตัวไหน ๆ เดินผ่านมาก็ห้อยทุกตัวเลย แมววัดนี้เล่นนของวุ้ย


กลับจากวัดเกือบเที่ยง เดินตะลอน ๆ ดูโน่นดูนี่ ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย
นึกถึงตอนที่มาครั้งที่แล้ว (มีคอมเม้นพี่ปิคด้วยแหล่ะ)คนละอารมณ์คนละความรู้สึกกันเลย
ครั้งนั้น..มาด้วยความสับสน ยังมีใครบางคนแต่ก็เหมือนไม่มี มาเพราะต้องการความสงบ
ต้องการความเข้มแข็ง พักสมองใช้ความคิดในการตัดสินใจ เหงาโคตร แล้วยิ่งมาเจอ
บรรยากาศแบบนี้น่าฆ่าตัวตายยิ่งนัก แต่ครั้งนี้..บรรยากาศก็เหมือนเดิม
ไม่ได้มีใครคนนั้นอีกแล้วจริง ๆ แต่ความรู้สึก..เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว
ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้มีใครคนนั้นแล้ว..
ชิงช้าไม้ตัวเดิม ครั้งนั้นตอนฝนตก แต่ครั้งนี้อากาศสดใส

แล้วนี่ก็มุมโปรด...มุมนี้มีเรื่องราว..

ตอนกลางคืนออกมานั่งรับลมตรงนี้ ข้างเสาปลูกต้นราชาวดีตอนกลางคืนจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ชื่นใจ ครั้งที่แล้วมานั่งตรงนี้คนเดียวอย่างหมดอาลัยตายอยาก นั่งใช้ความคิด เศร้า เหงา
อยากร้องไห้ครั้งนี้มานั่งที่เดิม ไม่มีอะไรต้องให้คิด เหงานะ..แต่ไม่เศร้าเลย
บรรยากาศเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม 

กลับกรุงเทพฯตอนเย็น พกความสบายใจ+ความคิดถึงใครบางคนกลับมาเต็มกระบุงเลยหล่ะ

เก็บตกเล็ก ๆ น้อย ๆ



ขอทำมาหากินนิ้ดดดส์นึงนะ
สำหรับพี่น้องหรือผู้ที่สนใจจะไปพัก ติดต่อได้โดยตรงที่นี่เลยนะคะ มีสระว่ายน้ำ
มีสโมสรไว้จัดสัมนา-สังสรรค์ คาราโอเกะ เหล้าเบียร์กับแกล้มพร้อม
มีกิจกรรมรอบกองไฟให้ด้วย(ถ้าต้องการ) มีบ้านพักติดเครื่องปรับอากาศ
คืนละ 500 บาทเท่านั้นเอง มาเป็นหมู่คณะได้ 30-50 คน หรือถ้าอยากได้บรรยากาศจริง
เราก็มีเต้นท์ไว้ให้บริการ ถ้าเป็นปลายปีถึงต้นปี องุ่นออกลูก
ก็สามารถไปเก็บองุ่นสด ๆ จากต้นได้เองกับมือเลยหล่ะ
คำเตือน..
บรรยากาศแบบนี้ ..
1.ใครอกหัก อย่าไปเด็ดขาด ถ้าใจไม่แข็งพอ มีสิทธิ์ฆ่าตัวตาย
2.ใครไปกับแฟน ระวังไว้ให้ดี บรรยากาศน่าเสียตัว แต่ถ้าตั้งใจอยู่แล้วก็ไปโลด

เย้...จบแล้ว ใครอ่านจบยกมือขึ้น....มามะ มาจุ๊ฟทีนึง ![]()
ปล. แมนยูชนะแล้วค๊าบบบบพี่น้อง
) แล้วก็เรื่องสังฆทาน ...... สังฆทานสำหรับพระที่วัดนอกกรุงนี่มีประโยชน์สำหรับพระจริงๆ นะครับ ผมเคยเอาสังฆทานไปถวายพระ พระท่านรับเสร็จแล้วจะรีบแกะเอาของที่ตัวเองต้องการไปเก็บไว้ (ที่เหลืออาจจะแบ่งให้พระรูปอื่นๆ ก็แล้วแต่)
)