2007/Jul/31

สัปดาห์ที่ผ่านมามีวันหยุดติดกัน 3 วัน (สำหรับราชการก็ 4) แต่สำหรับคนทำงานออฟฟิซ

แค่ 3 วันก็ดีใจแล้ว ก่อนหน้าวันหยุด พี่Angelเป็นตัวตั้งตัวตี ชวนไปหาไอ้จ๋อ( Export)

ที่ลาออกไปดูแลกิจการที่บ้าน ไม่เจอกันนานคิดถึง ได้ผู้ร่วมขบวนการสองคน

คือฉันกับใหม่ (2 สาวโสดแห่งDesign & Production) รวมเป็นสี่ชีวิต วางแผนกันไว้ว่า

เราจะไปสมุทรสงครามกัน นี่เป็นครั้งแรกของฉันเลยนะ ที่จะได้ไปเที่ยวตลาดน้ำที่นี่

นัดแนะกันที่ออฟฟิซ ให้ใหม่จอดรถไว้บนตึก และเอารถพี่เจิ้นไป (ซึ่งเป็นการตัดสินใจ

ที่ผิดมหันต์) ใหม่มาถึงประมาณบ่ายสองโมงครึ่งเศษ ๆ ก็ออกเดินทางไปหาไอ้จ๋อ

ที่พระราม 2 ถนนแถวนั้นยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รถพี่เจิ้นขับไปแค่ 80 (กรูจะบ้าตาย)

มิน่า ทำไมมันนานนัก พี่เจิ้นบอกว่า ไม่กล้าเข้าเกียร์ 5 เพราะมันจะกระตุก

เอ้า 80 ก็ 80 แดดเปรี้ยง ๆ อย่างนี้ คงไม่ดีแน่ถ้าจะต้องออกไปเข็นรถ _ _"

ตอนแรกไปกันสาม ก็เจี๊ยวจ๊าวพอสมควร พอไอ้จ๋อขึ้นรถมาอีกเป็นสี่

ทำให้รถกลายเป็นตลาดย่อม ๆ ไปเลย คุยกันแค่ในรถ แต่ตะเบ็งเสียงซะ 8 หลอด

กว่าจะถึงที่หมายก็หูอื้อหูชากันพักนึงเลยทีเดียว แต่ก็มาถึงจนได้ เราจอดรถกันไว้

ที่วัดภุมรินทร์กุฎีทอง จอดรถฟรี แล้วก็ลงเรือข้ามฝั่งไป เราไปถึงกันประมาณเกือบ

ห้าโมงเย็น แดดร่มพอดีเลยหล่ะ รูปนี้กำลังจะลงเรือข้ามฝั่งที่ท่าน้ำ

ลงเรือแล้วหล่ะ

อากาศดี ท้องฟ้าสดใส แดดกำลังร่ม ฝนคงไม่ตก พอขึ้นฝั่งได้ก็เดินดูของ

ส่วนมากเป็นของกินแปลก ๆ (สำหรับฉัน) ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ไม่ได้เอา

กล้องถ่ายรูปติดไปด้วยเลยซักคน ศักยภาพกล้องจากโทรศัพท์ก็ได้เท่าที่เห็น

ไม่จุใจเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีรูปเก็บไว้ดูแหล่ะน่า...

แล้วเราก็ขึ้นสะพานข้ามฝั่งไปตรงตลาดน้ำ คนเยอะแยะเลย พอเดินขึ้นไป

ถึงกลางสะพานก็เห็นเรือของพ่อค้าแม่ค้าที่มาจอดขายของ

แล้วเราก็เดินดูของที่เค้าเอามาขายที่ตลาดกัน ที่เห็นอยู่นี่เป็นขนมไทย

ที่เอามาใส่หม้อดินเผาที่เด็ก ๆ เอามาเล่นขายของกัน ก็ดูน่ารักดีนะ

แต่ไม่ได้ซื้อ(ขี้เกียจหิ้ว)

ไข่วุ้น นี่ก็ไม่ได้ซื้อ มันก็เป็นวุ้นธรรมดา แค่เอามาใส่ไว้ในเปลือกไข่

แต่ก็ดูแปลกตา ก็ที่กรุงเทพฯ มันไม่ค่อยมีให้เห็นนี่

ทอดมันยอดมะพร้าว อันนี้จ๋อซื้อมาลองกินดู แล้วพอเดินมาอีกร้าน

ก็เจอทอดมันหัวปลี ดูแล้วก็คือเอาทอดมันนี่แหล่ะแต่ผสมยอดมะพร้าว

หรือหัวปลีลงไปด้วย จ๋อซื้อทอดมันยอดมะพร้าวมาลองกินดู ถ้าจำไม่ผิด

น่าจะกระทงละ 20 มั้ง

น้ำดอกอัญชัน อันนี้ฉันตื่นเต้นมากกับสีสันของมัน และเป็นครั้งแรกที่ได้ห็น

สีมันม่วงแฟนซีมาก ๆ อยากลองชิมดูว่ารสมันเป็นยังไง แก้วละ 10 บาท

ความจริงดอกอัญชันมันไม่มีรสหรอก มีแต่สี เวลาเอามาทำเป็นน้ำ ก็อยู่ที่ว่า

คนทำจะปรุงให้น้ำออกมามีรสแบบไหน ส่วนที่ฉันซื้อมารสมันก็..................

เอ่อ..เอาเป็นว่าไปลองชิมกันเองก็ละกันนะ

กุ้งแม่น้ำ ขายกระจาดละ 100 ย่างกันสด ๆ นั่งกินกันตรงนั้นแหล่ะ ได้บรรยากาศ

สารพัดยำ ทุกอย่าง 20

ขนมหลากสี สำหรับเป็นของฝาก ไม่แพง ประมาณ 20-25

ขนมจีบปู กระทงละ 25

แล้วก็มีหลายร้านที่ขายPostcard ส่วนใหญ่จะเป็นภาพบรรยากาศริมแม่น้ำแม่กลอง

ไม่ว่าจะเป็นวิว หรือวิถีชีวิตของคนที่นั่น แต่มีอยู่ร้านนึงที่ถ่ายรูปสิ่งมีชีวิตอื่นที่นอกเหนือจากนั้น

น่ารักดี สำหรับคนรักสัตว์อย่างฉันก็อดที่จะแวะดูไม่ได้ แค่ดูนะ แต่ไม่ซื้อ แพงเกินไปง่ะ

ใบละ 35 แน่ะ แต่เจ้าของร้านก็ไม่ว่าอะไรที่จะขอถ่ายรูปเก็บไว้ (ใจดีจัง)

จ๋อกับใหม่

ถ่ายกะจ๋อ

น้องหมาน่าร๊ากกกกก

บ้านที่อยู่แถวนั้น ความจริงมันสวยกว่าในรูปเยอะเลยนะ

เกือบทุ่มนึงแล้ว คงได้เวลาสำหรับอาหารเย็น หลังจากเดินแร่ดกันมาเป็นชั่วโมง

ท้องก็ร้อง แต่ก่อนจะไปหาอะไรใส่ท้อง ก็แวะส่งPostcardซะหน่อย ถึงจะมาเที่ยว

แต่ก็ไม่ลืมที่จะนึกถึงคนที่ไม่ได้มาด้วยนะ ส่งให้พ่อใบนึง (หนูเก่งมั้ย มาเที่ยไกล

ด้วยนะ) ส่งให้ตัวเองใบนึง(เป็นที่ระทึก) จะส่งให้พี่..เหมือนที่เวลาพี่ไปไหนแล้วส่งมาให้

ก็จนปัญญา เพราะจะเอาPostcardใส่บาตร ก็คงจะกระไรอยู่ --" แล้วก็ส่งให้ คนนั้นน่ะ

ใครบางคนที่อยู่ไกล๊ ไกล ถึงฉันจะมาเที่ยวสนุก แต่ฉันก็ไม่ลืมที่จะนึกถึงเธอนะ

อยากให้เธอได้มาด้วย หวังว่าPostcard (ถ้าไปถึงนะ) คงกระตุ้นต่อมอยากกลับเมืองไทยขึ้นมาบ้าง

แล้วก็หย่อนลงตู้นี้

สองสาวระหว่างที่นั่งรอฉันเขียนPostcard รูปนี้ตอนเผลอ ถ่ายออกมาแล้ว

โดนประท้วงแว๊ด ๆ ว่ายังไม่ทันตั้งตัวเก๊กท่าเลย

อ่ะ...งั้นให้เวลาโพสท่า 1...2...3

แล้วก็ไปหาร้านกินข้าว ได้ที่ร้าน เรือนริมน้ำ ได้บรรยากาศเจง ๆ

กินอะไรดีหว่า......

ระหว่างรออาหาร ฉันกับพี่เจิ้นก็ไปจองเรือ ได้รอบสองทุ่ม คนละ 60 บาท

กินเสร็จกันประมาณทุ่มกว่า ๆ ก็เดินเล่นกันอีกแป๊บนึง ได้เวลาขึ้นเรือ

จะไปดูหิ่งห้อยกัน มีคนขับเรือเป็นลุงแก่ ๆ คนนึง แล้วก็หลานชายเล็ก ๆ คนนึง

ทำหน้าที่คอยบอกสถานที่ต่าง ๆ ที่เรือผ่าน

ขึ้นเรือแล้วววววว

รูปสุดท้ายของคืนนี้

เนื่องจากมืดแล้ว ไม่รู้จะถ่ายอะไร ระหว่างที่นั่งเรือ ไกด์ตัวน้อยก็บริการให้ข้อมูลดี๊ดี

ว่าตอนนี้เราอยู่ไหน ถึงไหนกันแล้ว แล้วก็ต้องสะดุ้งนิด ๆ เมื่อไกด์ตัวน้อยบอกว่า

"ตอนนี้เรากำลังจะเข้าคลองผีหลอกแล้วนะครับ....." "อ้าว จะโดนผีหลอกมั้ยวะนั่น"

ฉันอุทานพร้อมกับมองหน้าเพื่อน ไกด์ตัวน้อยคงกลัวลูกค้าตกอกตกใจ เลยรีบอธิบายว่า

"สมัยก่อน คนหาปลาจะทาท้องเรือสีขาวแล้วปลาจะตกใจกระโดขึ้นเรือ" ".....???...."

ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ปลามันกลัวผีเป็นด้วยรึนั่น แต่ดูท่าทางคงเป็นการเล่าปากต่อปากกันมากกว่า

จะถามไถ่ให้ได้ความจากเด็กคงไม่ใช่เรื่อง แต่ยังไงก็ตาม ยังดีกว่าผีหลอกคนก็ละกัน

ผ่านบ้านคนที่ปลูกอยู่ริมน้ำ เห็นวิถีชีวิตคนที่นี่แล้วน่าอยู่อ่ะ บรรยากาศดี สบาย ๆ

บางบ้านก็ทำเป็นโฮมสเตย์ บางที่ทำเป็นรีสอร์ทสวย บางที่ทำเป็นร้านอาหารริมน้ำ

มีทั้งบ้านทรงโบราณ บ้านเรือนไทย บ้านทรงแปลก ๆ น่ารัก ๆ ให้ดูอยู่เรื่อย ๆ

คิดไว้ว่าถ้ามาอีก ค้างคืนดีกว่า เราสี่คนนั่งดูบรรยากาศรอบข้าไปกันเงียบ ๆ

ไม่รู้ว่าอีกสามคนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ฉันกำลังคิดถึงคน 3 คน 2 ใน 3 ไม่อยู่กับฉันแล้ว

แต่ฉันคิดว่าเค้าคงได้เห็น และมากับฉันด้วย ส่วนอีกคน..คิดว่า...ถ้ามีเค้ามาด้วย คงจะดี

แล้วเราก็ได้เห็นหิ่งห้อย ถามไกด์ตัวน้อยได้ความว่าช่วงนี้(ฤดูฝน) หิ่งห้อยจะมีให้เห็นเยอะ

ไม่ผิดหวังจริง ๆ หิ่งห้อยจะเกาะอยู่ตามต้นไม้ น่าจะเป็นต้นลำภูนะ สว่างวิ๊บวับ สวยจริง ๆ

"ร้องเพลงนิทานหิ่งห้อยเร็ว" พี่เจิ้นบอก "นิทานหิ่งห้อยของเป๊กหรอ" ฉันถาม

"ไม่ใช่ นิทานหิ่งห้อยของเฉลียงต่างหาก รู้จักมั้ย" "เอ่อ.....!?!?" เล่นเอาใบ้รับประทาน

เมื่อเพื่อนร่วมทางทั้งสามบอกว่ารู้จัก มีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่รู้จัก "ร้องยังไงอ่ะคะ เหมือน

ของเป็กรึป่าว" ฉันคิดว่าเป็กน่าจะเอามาร้องใหม่นะ แล้วพี่เจิ้นก็บอกว่า "เพลงประมาณว่า

จับหิ่งห้อยมาใส่ขวด แล้วพออยู่ในขวดมันก็ไม่มีแสง ก็ต้องปล่อให้มันอยู่ตามธรรมชาติ

มันถึงจะสวย ปลาเกิดทันรึป่าว" ชื่อเฉลียงง่ะเคยได้ยิน แต่เพลงฉันคงไม่รู้จัก

พอพี่เจิ้นพูดจบปุ๊บ ฉันกับใหม่หันมามองหน้ากันทันทีช่างตรงอะไรเช่นนี้

สงสัยคงต้องหามาฟังซะแล้วหล่ะ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ก็ต้องการอิสระภาพ ไม่มีใครอยากถูก

กักขัง สิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ถ้าได้อยู่กับธรรมชาติ มีอิสระในชีวิต จะดูสวยงาม

คงคล้าย ๆ ฉันกับใหม่ ที่ตอนนี้มีความสุขกับชีวิตที่มีอิสระ อยากไปไหนก็ได้ไป

อยากทำอะไรก็ได้ทำ แล้วเราก็ใช้เวลานั่งเรือไปได้ทั้งหมด น่าจะชั่วโมงกว่า ๆ

คุยกับไกด์ตัวน้อย ถามว่าเรียนอยู่ ป.อะไร ไดตอบว่าอยู่ป.3 มาช่วยลุงออกเรือ

ไม่ได้ตังค์อะไร มาช่วยเฉย ๆ ลุงแก่แล้ว ได้ค่อออกเรือเที่ยวละ 150 บาท

ออกเรือได้แค่วันละ 2 เที่ยว วันนี้ยังไม่ได้ทิปจากลูกค้าเลย นี่เป็นเที่ยวสุดท้ายแล้ว

น่าสงสาร เด็กวัยขนาดนี้คนอื่น ๆ ป่านนี้คงวิ่งเล่นหรือไม่ก็นอนดูการ์ตูน

อยู่กับบ้าน แต่เด็กคนนี้ออกมาช่วยลุงทำงาน สี่คนควักกันคนละ 20 มั่ง 50มั่ง

ส่วนฉันมีแต่แบ้งค์100 ก็ให้ไกด์ตัวน้อยไป ไม่ได้คิดเสียดายเลย เพราะฉันไม่รู้ว่า

เมื่อไหร่จะได้มาที่นี่อีก และถ้ามาอีกก็ไม่รู้ว่าจะได้ลงเรือของน้องคนนี้มั้ย

อย่างน้อยก็คงเป็นค่าขนมไปโรงเรียนได้หลายวันอยู่ แล้วลุงใจดีก็มาส่งพวกเรา

ที่ท่าน้ำวัดภุมรินฯ ไม่ต้องต่อเรื่ออีกเที่ยว ใจดีจัง ขึ้นฝั่งสามทุ่มกว่า เก็บความประทับใจ

กลับบ้านกันไปเต็มอิ่ม คิดกันไว้ว่าอยากจะมากันอีก ครั้งต่อไปคงมาค้างกันแล้วหล่ะ

ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์กันดี ไว้เวลาว่าง ได้หยุดยาวอีกคงได้มากันอีกครั้ง

ใครอยากรู้ว่าสวยแค่ไหน บรรยากาศดีแค่ไหนต้องมาลองเองนะ เพราะที่เล่ามา

ยังไม่ได้เศษหนึ่งส่วนสี่ที่ได้ไปมาจริง ๆ จบไปอีกหนึ่งทริป กลับถึงบ้านเที่ยงคืนกว่า

อาบน้ำเสร็จก็นอนหลับเป็นตาย ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย แต่ก็สนุกละมีความสุขนะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อัมพวา เห็นแล้วอยากไปอีกจัง
#1  by  Jah-Aey Aeng Ja ... @^-^@ At 2007-07-31 20:19, 
ชวนก็ไม่ชวน ของฝากก็ไม่มี
งอนนน
#2  by  จุ๊บจุ๊บ... At 2007-08-01 08:30, 
ไม่เคยไป

อยากไป อยากไป
#3  by  แก้มยุ้ย At 2007-08-01 09:29, 
พึ่งวางแผนแต่คนจะไปด้วยดันทำงานซะนี่ ยังไงจะหาโอกาสไปให้ได้เลย น่าไปๆ
#4  by  ฝน (58.8.25.165) At 2007-08-01 15:22, 
อยากไปเหมือนกันคะ แต่ยังไม่มีใครพาไปสักที น่าตื่นเต้นจัง
ไปตอนบ่าย 2 กลับในวันเดียวกันทันหรือคะ
เห็นภาพคณะทัวร์แล้วนึกภาพออกเลยคะ คงเจี๊ยวจ๊าวน่าดูนะคะในรถ
#5  by  MayaKniGht At 2007-08-01 15:33, 
ชื่อคุ้น ๆ

แต่ก็ไม่เคยไป

อยากไปเที่ยวแบบไทย ๆ เหมือนกัน...

ไว้หาเพื่อนร่วมทางได้ก่อนแล้วกัน ( TAT)


ปล. รูปสวยดีครับ ว่าง ๆ ไปเที่ยวที่ไหนก็เอามาฝากอีกละกันนะ ^^
#6  by  Monboysama At 2007-08-01 16:28, 
ผ่านไปผ่านมาบ่อยแต่ไม่ได้แวะเข้าไปซักที น่าสนุกนะคะ
#7  by  VAR At 2007-08-01 17:39, 
ดีใจด้วยที่แกมีครั้งแรกที่อัมพวา

ว่าแต่...ครั้งแรกจริงอะ
#8  by  สะมะเป้ย (61.7.160.84 /192.168.1.6) At 2007-08-03 15:20, 
อะแฮ่มมมมมมม...

ครั้งแรกที่อัมพวา...เป็นไง
#9  by  My Sorayut ^_^ At 2007-08-07 02:56, 
ง่ะ..ไม่รู้ว่านีโมเพิ่งไปครั้งแรกมา
(อิอิ เค้าไม่ได้เข้าไดชาวบ้านนานเชียว)


พี่เพิ่งไปมาเมื่อวันอาทิตย์
แต่ไม่ใช่ครั้งแรก
เป็นครั้งที่สามแร้น..
#10  by  หน้ามน (124.121.7.127) At 2007-08-07 15:06, 

<< Home