เมื่อวานตอนเลิกงานกะลังจะออกจากออฟฟิซ
มือถือก็ดังขึ้นมา ดูแล้วเป็นของคนที่บ้านโทรเข้ามา
หลังจากย่าเข้าโรงพยาบาล ทุกครั้งที่คนที่บ้านโทรเข้ามือถือ
จะใจไม่ค่อยดี กลัวว่าจะโทรมาบอกบางอย่างที่ไ่ม่อยากฟัง
รับไปใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ปรากฏว่าที่บ้านโทรมาบอกว่า
"วันนี้ไม่ต้องไปหาย่าที่โรงพยาบาลนะ ย่ากลับมาพักที่บ้านแล้ว"
เหมือนเสียงสวรรค์ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อารมณ์ดีขึ้นมาทันใด
จากที่เครียดเสียสุขภาพจิตด้วยเรื่องราวมากมายมาตลอดวัน
เย็นนี้ได้มีเรื่องให้ชื่นใจซะที เฮ้อออ...ย่ากลับบ้านได้แร้นนนนน
ส่วนอาการเค้า..มะเร็งมันก็คงอยู่ต่อไปเนื่องจากไม่สามารถผ่าตัดได้
แต่ก็ฉายแสงและฉีดสีเพื่อยับยั้งไม่ให้มันลามไปที่ไต
และเอาผ้ากอซยัดไปในช่องท้องเพื่อคอยซับเลือดจากกระเพาะปัสสาวะ
แผลกดทับที่ก้นก็หายเกือบเป็นปกติแล้ว ย่าเองก็อยู่โรงพยาบาลมาเป็นเดือน
คนแก่ ยังไงก็อยากกลับบ้าน เมือวานพอกลับบ้านมาเห็นย่า
ย่าสดใสสดชื่นขึ้นเยอะ คงดีใจที่ได้กลับบ้านแล้ว
ถึงตอนี้ย่าจะยังไม่สามารถลุกเดินได้สะดวกเหมือนก่อน
แต่ก็ต้องคอยกายภาพบำบัด เปลี่ยนท่านอนบ่อย ๆ ให้ลุกนั่ง
ลุกยืน และเดินบ้าง จะได้ฟื้นตัวเร็ว ๆ หนูก็จะคอยดูแลย่า
ให้ดีที่สุดเท่าที่หนูจะทำให้ย่าได้ พึ่งรู้ว่าทุกคนที่บ้าน
ต้องต่างแยกย้ายกันไปแก้บนตามสถานที่ต่าง ๆ
ฉันเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าย่าจะมีโอกาสได้กลับบ้านอีก
จากที่ไม่เคยทำบุญ ไม่เคยสวดมนต์ ก็กระหน่ำทำบุญ
สวดมนต์ทุกคืน ไม่ได้ขอให้ตัวเองได้ผลจากการทำบุญเลย
แต่ขอให้ย่าปลอดภัยแค่นั้นพอ เกือบสองเดือนที่ทุกคนในบ้าน
ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีความสดใส ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาอีกครั้ง
ทุก ๆ คนอยู่พร้อมหน้า ให้ย่าชื่นใจ ฉันเองไม่เคยเชื่อในปาฏิหารย์
แต่ครั้งนี้ แอบคิดในใจนิด ๆ ว่าที่ย่ากลับบ้านได้
ก็ทำให้ความเชื่อในปาฏิหารย์เกิดขึ้นแล้วในใจฉัน
ถึงแม้จะแค่บางส่วนก็ตาม

อยากบอกย่าว่า หนูดีใจที่สุดเลยที่เห็นย่าแข็งแรงขึ้น
และกลับมาอยู่บ้านแล้ว เงินเดือนขึ้นครั้งนี้จะไม่ซื้ออะไร
เป็นของขวัญให้ตัวเองเลย แต่จะกระหน่ำซื้อของดี ๆ ให้ย่าแทน
หนูอยากให้ย่าอยู่กับหนูนาน ๆ

ขอให้ย่าแกแข็งแรงดูดี เด้ง ดึ๋ง ดั๋ง
ส่วนไอ้รุด(แต่ก่อนพี่รุด) ปล่อยมันไปเหอะ มาดริดมีแต่ตัวเก่งๆ แต่พอเอามารวมกันแล้ว แห้วไม่เป็นท่า ตั้งแต่เบคส์ย้ายไป มันยังไม่ได้สักถ้วยเลย55+