2005/Dec/02

ทรงงานเวลาประชวร


นำบทความนี้มาให้อ่านกันเพื่อให้เห็นถึงพระราชปณิธานในการทรงงาน

โดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร / รอยพระยุคลบาท

************************************


ผมไม่ทราบว่าพระเจ้าอยู่หัวเริ่มทรงพระประชวรในวันใดแน่

แต่ที่ผิดสังเกตก็คือ ในวันจันทร์ที่ 20 มค. 2518 นั้น

สมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จพร้อมด้วยทูลกระหม่อมน้อย

และทูลกระหม่อมเล็กจากเชียงใหม่ไปจังหวัดน่าน

เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรและเจ้าหน้าที่ พระเจ้าอยู่หัวมิได้เสด็จด้วย

ที่ผิดสังเกตก็เพราะสถานการณ์ที่จังหวัดน่านกำลังวิกฤต

การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กำลังดำเนินอยู่

เจ้าหน้าที่และราษฎรได้รับบาดเจ็บและตายเป็นจำนวนมาก

ในสถานการณ์อย่างนั้นพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จฯเสมอ

และในที่สุดก็เป็นที่ทราบกันว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร

และเมื่อค่ำวันหนึ่งผมเห็นคุณหมอ(ผู้หญิง)คนหนึ่ง

เดินร้องไห้ลงมาจากพระตำหนัก ผมก็รู้ว่าพระเจ้าอยู่หัว

ไม่ได้กำลังทรงพระประชวรเฉยๆ แต่ทรงพระประชวรหนัก

บรรยากาศในพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ตอนนั้น

เงียบและซึมเศร้า ทุกคนหน้าตาหมองคล้ำ

คราวนี้สมเด็จฯก็ทรงงดพระราชกรณียกิจ

และไม่เสด็จไปไหนเลยด้วย พระราชกรณียกิจสำคัญๆ

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ปฏิบัติแทน

ผมเองตั้งใจว่าหากพระเจ้าอยู่หัวทรงหายพระประชวรก็

จะกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติ

ลาอุปสมบทเพื่อถวายพระราชกุศลด้วย ครั้นแล้วเราก็ได้ข่าวดี

พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอาการดีขึ้น พระไข้ลด

แต่ยังทรงอ่อนเพลีย คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา

จึงขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจเป็นเวลา30วัน

วันนั้นผมรู้ว่ามีเหตุผิดปกติอย่างหนึ่ง

เพราะสถานีวิทยุของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต5

ที่ค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งเป็นสถานีแม่ข่ายของตำรวจตระเวนชายแดนในภาคเหนือ

เรียกเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจเครื่องหนึ่งอยู่เป็นระยะ ๆ

โดยไม่ได้รับตอบ ประมาณ10นาฬิกา ผมจึงได้ยินเสียงแหบห้าว

สั่นเครือของใครคนหนึ่งเรียกสถานีวิทยุค่ายดารารัศมี

และแจ้งว่าเฮลิคอปเตอร์เครื่องที่ค่ายดารารัศมีเรียกมาตั้งแต่เช้านั้น

ขณะนี้ได้ลงไปจอดอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง

ดูเหมือนจะเป็นในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ผมฟังยังไม่ทันจะจบประโยคก็จำได้ว่า ที่ผมกำลังได้ยินอยู่นั้น

เป็นพระสุรเสียงของพระเจ้าอยู่หัว

ผมรู้สึกตื้นตันจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้

เพราะผมไม่ได้ยินพระสุรเสียงมาหลายวันแล้ว

นับตั้งแต่ทรงพระประชวร แต่แล้วความตื้นตัน

ก็กลายเป็นความรู้สึกขัดใจอย่างแรง ขัดใจเพราะเห็นว่า

พระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงพักผ่อนพระวรกายตามคำแนะนำของแพทย์

แต่กลับทรงลุกขึ้นมาทรงงานด้วยการทรงฟัง

และถึงกับรับสั่งทางวิทยุ ผมนึกอะไรไม่ออก

นึกได้แต่ว่าจะต้องกราบบังคมทูลประท้วง

ครั้นแล้วผมก็ลงนั่งเขียนจดหมายถึงฝ่าละอองธุลีพระบาททันที

ในจดหมายหรือฎีกาฉบับนั้นผมกราบบังคมทูลรำพันไปว่า

คงไม่ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่าทรงพระประชวรครั้งนี้

คนไทยทั้งประเทศเป็นทุกข์เพียงใด ทุกคนสวดมนต์อ้อนวอน

ขอให้หายพระประชวร ผมคงจะระบายอารมณ์ลงไปในจดหมาย

หรือฎีกาฉบับนั้นอีกเป็นอันมาก ในตอนท้ายผมกราบบังคมทูล

อ้อนวอนขอให้ทรงงดพระราชกรณียกิจตามที่แพทย์ขอพระราชทานไว้

และหากมีความจำเป็นที่จะต้องรับสั่งกับผู้ใดก็

ไม่จำเป็นจะต้องทรงฝืนพระวรกายลุกขึ้นรับสั่งทางวิทยุ

พระราชทานเป็นพระราชหัตถเลขาลงมาก็ได้

ผมไม่หวังว่าพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระปฏิกิริยาอย่างใด

เพราะฉะนั้นในวันรุ่งขึ้นเมื่อทูลกระหม่อมน้อย

ทรงเชิญบันทึกพระราชกระแสตอบจดหมายหรือฎีกาที่ผมถวายขึ้นไป

มาพระราชทานให้ผม ผมจึงตกใจแทบสิ้นสติ

บันทึกพระราชกระแสนั้นตอบจดหมายหรือฎีกา

ที่ผมทูลเกล้าฯถวายเป็นข้อ ๆ ข้อแรกนั้นผมเข้าใจว่า

คงจะทรงตอบที่ผมกราบบังคมทูลขอให้พระราชทาน

เป็นพระราชหัตถเลขาแทน ทรงตอบว่า

"ถ้าเป็นพระราชหัตถเลขา เขียนหยุกหยิก

เมื่อยมือ ยิ่งช้า จึงต้องพูด"

ส่วนที่ผมรำพันไปในจดหมายว่าจะตายแทนพระเจ้าอยู่หัวได้นั้น

มีพระราชกระแสว่า

"จะตายแทนใคร? ใครจะตาย? เราเหนียว เราไม่ตาย

ถ้าเราไม่ตาย เราก็ต้องการใช้

จะไปหาความสุขส่วนตัวอุปสมบทไม่ได้"

"ถ้าเราตาย อนุญาตให้บวชหน้าไฟ

ถวายพระราชกุศล(แต่เราไม่ตาย)"

บันทึกพระราชกระแสที่ตอบมาเป็นข้อๆนั้นยังมีข้ออื่นอีก

ซึ่งจะขอเชิญมาลงไว้ที่นี้ เพราะทุกข้อสะท้อนพระราชอัธยาศัย

ทำให้เห็นน้ำพระทัยและวิธีทรงงานของพระเจ้าอยู่หัวชัดเจน

"ถ้าให้ทำอะไรก็ต้องมีคำสั่ง ให้ทำตามคำสั่ง

ไม่อย่างนั้นสะตึ จะทำอะไรคนเดียวไม่ได้

ต้องทำเป็นteamwork(ทำมานานแล้ว)"

"เคยบอกไว้ว่างานประจำต้องทำอยู่แล้ว

ถึงไม่บอกให้ทำก็ต้องทำ ไม่ต้องให้สั่งซ้ำอีก

จะประชวรหรือไม่ก็ต้องทำตามนโยบายที่สั่งไว้แต่ต้น

ห้ามทรยศและห้ามโง่ด้วย"

"เห็นด้วยว่าทุกคนต้องเห็นแก่ตัว

ถ้าเห็นแก่ตัวโดยแท้ โดยบริสุทธิ์ใจ

ประเทศชาติก็จะรอด(ห้ามมีอคติ)"

ข้อสุดท้ายเข้าใจว่าเป็นพระราชวิจารณ์ที่ทรงมีต่อจดหมายหรือฎีกา

ที่ผมทูลเกล้าถวายไป เพราะมีข้อความว่า

"แบบฟอร์มveryเชย"

นี่แหล่ะ ที่สุดในหัวใจของชั้น
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คิดถึงพ่อ..ไม่ชอบวันพ่อ
#1  by  ~ สวยเนียน ~ At 2005-12-02 08:50, 

ตื้นตัน
#2  by  A Little Cancer Cell At 2005-12-02 09:23, 
รักพ่อทู้กวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
#3  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2005-12-02 14:42, 
คิดถึงพ่อ....

7-11.........
#4  by  unsa...พี่เก่ง (58.10.224.53) At 2005-12-02 16:16, 
แวะมาเยี่ยมอะนะ...

รูปนี้ได้รมณ์มากเลย...

เรารักในหลวง....
#5  by  My Sorayut ^_^ At 2005-12-02 20:19, 
หัวหมูไม่เอาอะ....

จะเอาหัวจายยยยยย
#6  by  My Sorayut ^_^ At 2005-12-02 21:17, 
ตูเข้ามาฮิ้ววววววววววววววววว
#7  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2005-12-03 01:27, 
เข้ามาช่วยพี่เป้ยฮิ้ววววววววววววววว
กลัวหนักอยู่คนเดียว
#8  by  ~ สวยเนียน ~ At 2005-12-03 01:55, 
วันนี้มีคนอยู่สุพรรณ
#9  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2005-12-03 17:34, 
วันนี้มีคนอยู่โรบินสัน
ฮิ้ววววววววววววววววว
#10  by  ~ สวยเนียน ~ At 2005-12-04 02:47, 
..สวัดดี ตอนเช้า วันพ่อจ๊ะ...
#11  by  เคจัง (61.91.84.206) At 2005-12-05 09:54, 
กลับจากสุพรรณอ๊ะยางงงงงงงงงงง
#12  by  เป้ยเห่ยศักดิ์ At 2005-12-05 16:05, 
..กลับบ้านมาเหรอ มาถึงรึยัง
สวัดดี ตอนเช้า จ๊ะ....
วันนี้คงงานเยอะ ...สู้ๆๆ นะจ๊ะ
#13  by  เคจัง (61.90.14.89) At 2005-12-06 07:50, 
สวัสดีตอนเช้าจ้ะ
#14  by  ~ สวยเนียน ~ At 2005-12-06 09:51, 
ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
#15  by  anggle (58.147.83.22) At 2006-03-12 19:24, 
เรารักในหลวง เพระท่านเป็นที่สุดในหัวใจ เป็นพ่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจลูกทุคน
#16  by  นัท (203.154.77.9 /203.150.49.111) At 2007-02-14 08:40, 
อ่านแล้วมีความสุขจัง ถึงจะเพิ่งได้มาอ่าน แต่สิ่งดีๆเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัว อ่านเมื่อไหร่มีความสุขเมื่อนั้น
มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่าน

เรารักพระเจ้าอยู่หัว
#17  by  พี่อ้อม (125.26.248.203) At 2007-09-26 13:04, 

<< Home