2010/Jun/16

OMG!!! สองเดือนเข้าไปแล้ว ยังอัพไม่เสร็จซะที

ตอนที่แล้วเล่าไว้ถึงช่างแต่งหน้านัดตีสาม บอกให้เจ้าสาวอย่านอนดึก

แต่กว่าจะได้นอนก็ห้าทุ่มกว่า หลายคนบอกว่านอนไม่ค่อยหลับเพราะตื่นเต้นมั่งหล่ะ

หรือกังวลอะไรต่ออะไรมั่งหล่ะ แต่เราหลับว่ะ.. คงเพราะเหนื่อยมาก ๆ เลยหลับเพราะเพลีย

ตั้งนาฬิกาไว้ตีสาม เพราะช่างแต่งหน้านัดไว้ตีสามครึ่ง ตื่นมาอาบน้ำหล้างหน้ารอช่างแต่งหน้า

ปรากฏว่าช่างมาถึงเกือบตีสี่เพราะหลงทาง เราก็เป็นผู้บอกทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แต่ทุกอย่างก็ทันเวลา ช่างแต่งหน้าเป็นเพื่อนกับเจ้าบ่าวสมัยตอนอยู่อังกฤษ

เจ้าบ่าวภูมิใจนำเสนอนักหนา แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ทั้งที่ตอนแรกบอกตรง ๆ เลยว่า

ไม่ค่อยมั่นใจ แต่พอเห็นหน้าตัวเองแล้วก็มีความคิดหนึ่งเกิดขึ้นมาว่า เราไม่ควรเอาความรู้สึก

มาตัดสินใครที่เรายังไม่เคยรู้จักเค้า (ในที่นี้คงต้องบอกว่าอย่าตัดสินคนโดยยังไม่เห็นผลงานของเค้า)

หน้าและผมสวยสุดชีวิตตั้งแต่เกิดมา แล้วช่างก็เอาใจใส่ดูแลดีมาก ๆ

ดอกไม้ติดผมก็เปลี่ยนให้ตั้งสองรอบ รอบแรกทำบุญใช้เป็นดอกพุด สวยและหอมมากกก

รอบสองตอนสู่ขอเปลี่ยนเป็นมาลัยเขี้ยวกระแต หอมมากมายอีกเช่นกัน ดูเค้าเอาใจใส่และ

ปราณีตมากมาย ประทับใจมากเลยหล่ะ

 

พอตอนเช้าแต่งหน้าเสร็จตอนประมาณเจ็ดโมง อันนี้เป็นผมตอนทำบุญ ใช้ดอกพุด

ภาพนี้เอามาจากบล็อกของช่างแต่งหน้าที่เค้าทำไว้ค่ะ กล้องตัวเองไม่ได้ถ่ายไว้

แล้วตอนรดน้ำก็เปลี่ยนอีกรอบนึง อันนี้ช่างบอกเป็นดอกเขี้ยวกระแต พึ่งเคยเห็นนี่แหล่ะ

หอมมากมาย

แต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงไปผจญภัย..เอ๊ย..ลงไปเข้าพิธีต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ เริ่มตั้งแต่

พิธีทางศาสนา

ก่อนลงมาช่างแต่งหน้ากำชับนักหนาว่า เวลาพระรดน้ำมนต์ให้ก้มหัวให้มากที่สุด

จะบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เจ็บสุด ๆ เพราะพระรดน้ำมนต์ให้ทั้ง 9 รูป และเราต้อง

นั่งคุกเข่า เดินเข่าไปหาทีละรูป ผ้าถงปักลูกปัดไว้พอดีเข่า เสร็จพิธีหัวเข่าเป็นรอยแดง

บุ๋มเป็รอยลูกปัดเลยอ่ะ เจ็บมากกก หลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาก็วิ่งขึ้นห้องแต่งตัว

ไปเปลี่ยนดอกไม้ติดผมใหม่ เป็นมาลัยเขี้ยวกระแต หอมมากมาย ^^

ภาพจากช่างแต่งหน้าค่ะ เราไม่ได้ถ่ายเอาไว้ แห่ะ ๆ

Photobucket

เจ้าบ่าวยกขันหมากมาหา ฝ่าด่านประตูอรหันต์มาจนถึงประตูสุดท้าย

เจ้าสาวนั่งตีDotAรอยู่ในห้องคุณย่า

ภาพนี้ถูกใจเจ้าบ่าวมาก แต่ขัดใจเจ้าสาว

แหวนช่อ หรือ ช่อชัยพฤกษ์ สำหรับเจ้าสาวของนายเรืออากาศ เล็บ นั่งแต่งนั่งตะไบ นั่งทาสีเองตอนก่อนนอน

ผู้บังคับบัญชาของเจ้าบ่าวเจิมหน้าผากให้

หลังจากนั้นเป็นพิธีหลั่งน้ำ  ดอกไม้ที่พานรองน้ำนี่ทำเองกับมือล้วน ๆ สมตามความตั้งใจ

ว่าถ้าแต่งงานจะทำพานดอกไม้รองน้ำเองกับมือ ^^

ถ่ายรูปกับช่างภาพ เพื่อนเจ้าบ่าวที่มาถ่ายภาพให้ ขอบคุณมาก ๆ เลย หน้าละอ่อนแบบนี้

ใครจะเชื่อวว่าเป็นพันตำรวจตรีแล้ว

เสร็จซะทีสำหรับพิธีช่วงเช้า ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดไว้ว่าจะไม่ให้เกินเที่ยง

มีบางความรู้สึกที่เมื่อก่อน ตอนพี่สาวแต่งงาน เราอยากรู้ว่า ถึงตรงนี้เค้าจะรู้สึกยังไง

พอวันนี้มาอยู่ ณ เวลานั้นเอง มันก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร อาจเป็นเพราะว่ารู้อยู่แล้วมั้ง

ว่าต่อไปจะต้องทำอะไร เป็นยังไง แต่สิ่งนึงที่รู้สึกตลอดก็คือ ความกังวลใจมันหายไป

เพราะรู้ตัวดีว่าเตรียมทุกอย่างมาดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้แล้ว และภูมิใจที่งานทั้งหมด

มันเป็นน้ำพักน้ำแรงของเราเอง ป้ายชื่อด้านหลัง นั่งทำเองใช้เวลาทำไม่ถึง 10 นาที

เจ้าบ่าวเอาไฟล์ไปให้ที่ร้านปริ้นท์ออกมา มาลัยคล้องคอ จูงมือกันไปเดินซื้อปากคลองตลาด

ดอกไม้รองรดน้ำ นั่งทำเอง พานขันหมากพานพิธี ไปเดินหาร้านเอง(ได้ราคาถูกด้วย)

ทุกอย่างที่เห็นเป็นอะไรที่เราสองคนทำเองทั้งสิ้น เหนื่อยสุด ๆ งานแต่งงานมันเหนื่อยแบบนี้นี่เอง

เค้าถึงไม่ค่อยแต่งกันบ่อย ๆ เจ้าบ่าวถึงขึ้นบ่นว่า "ชีวิตนี้ขอแต่ครั้งเดียวพอ"

 

งานของเราตัดพิธีที่เราคิดว่ามันไม่สะดวกและยุ่งยากออกไปเช่น พิธีส่งตัวเข้าหอ และพิธีปูที่นอน

ที่ตัดออกไปเพราะ..ยังไงเราก็ไม่ได้เข้าหอที่บ้านเราอยู่แล้ว แล้วพิธีนี้ต้องใช้ที่นอนใหม่ อะไรใหม่

มันลำบากไปมั้ย... พิธีปูที่นอนก็เหมือนกัน อันนี้เราบอกคนที่บ้านว่า จะไม่เอาพิธีนี้ ตัดออกไป

ตอนแรกก็โดนผู้ใหญ่บางคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ และไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากจะพูดให้จิตตกแทบทุกวัน

ทักท้วงมา แต่อย่าได้แคร์ อะไรที่เราไม่สะดวกและไม่ได้สำคัญอะไรมากนักก็ตัดไปซะ

อะไรลำบากนักก็อย่าไปทำมัน คนจะอยู่กันยืดยาวหรือไม่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพิธีรีตอง

บางคนไม่ได้แต่งงานก็อยู่กันจนแก่ตายไปข้างนึง บางคนทำมันหมดทุกพิธี แต่ง 2 ปี เลิก!!!

 

ผู้ใหญ่บางคน ตอนงานแต่งพี่สาว หลังจากเสร็จพิธีต่าง ๆ แล้ว เราก็ไปนั่งกินขนม

ในขบวนขันหมาก ผู้ใหญ่คนนั้นโวยวาย บอกว่า "เป็นสาวเป็นนาง ใครเค้าให้กินขนมขันหมาก

กินแล้วจะไม่ได้แต่งงาน ไม่มีผู้ชายยกขันหมากมาขอนะ" พูดโหวกเหวกโวยยายซะ

ราวกับเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เค้าจะรู้มั้ยว่ามันเป็นประโยคที่ฝังใจเรามาตลอดเวลา

แต่ หลังจากวันนั้น 11เดือนกว่า เราก็ได้แต่งงาน (พี่สาวแต่งงาน 5 พ.ค.)

 

วันนี้ขออัพแค่นี้ก่อน เด๋วเอนทรี่หน้ามาต่องานฉลองตอนค่ำ ความรู้สึก+ภาพสวย ๆ

และความประทับใจในพิธีลอดซุ้มกระบี่

 

ปล. สนใจช่างภาพ(ให้ไปถ่ายภาพนะ) ดูผลงานได้ที่ http://thanabaht.multiply.com

ปล 2 สนใจช่างแต่งหน้าไม่ว่าจะงานแต่งหรืองานกินเลี้ยง งานรับปริญญา ฯลฯ

ติดต่อได้ที่ teemakeup@gmail.com  

ดูผลงานได้ที่  http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tee-tee  

ของเค้าดีจริงค่ะ เลยอยากบอกต่อ